วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

การพัฒนากำลังกระจายมาสู่โคราช

       ผมได้มีโอกาสเข้าไปในตัวเมืองโคราชบ่อยๆ ช่วงนี้เห็นการเปลี่ยนแปลงเริ่มชัดเจนทั้งด้านที่ดีและด้านที่อาจจะสร้างปัญหากวนใจให้กับประชากรตัวเมืองจังหวัดนครราชสีมากันบ้าง pageqq
       ด้านที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นนั้นก็คือ การที่มีโครงการห้างสรรพสินค้าต่างๆมากเข้ามาเปิดใน จังหวัดนครราชสีมา และของเดิมที่มีอยู่แล้วนั้นก็มีการพัฒนาให้ดีกว่าเดิมอีกด้วย ที่มีการพัฒนาให้ดีกว่าเดิมนั้นก็คือ the mall โคราชที่เข้ามาเปิดสาขาในเมืองโคราชหลายสิบปีแล้วก็มีการเปิดพื้นที่เพิ่มมีการสร้างลานจอดรถเพิ่ม เพื่อเตรียมตัวต่อกรกับห้างใหญ่อีกสองแห่งเข้ามาเปิดสาขาในโคราชนั้นก็คือ ห้าง เซนทรัล และห้าง Teminal 21 การที่มีห้างมาเปิดเพิ่มมากขึ้นนั้นก็ทำให้ การขยายตัวของที่พักนั้นมีมากขึ้นอีกด้วยมีโครงการคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นมากมาย ทั้งที่สมัยก่อนนั้นที่พักในโคราชนั้นส่วนใหญ่ ก็จะเป็นเพียงที่พักขนาดเล็กเพียงเท่านั้นเอง เช่นห้องพัก หรือว่า อพาตเม้นเท่านั้น pageqq
       การมาของห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่เหล่านี้นั้นทำให้เกิดการสร้างงานขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมหาศาล  และยังทำให้แรงงานจากจังหวัดอื่นๆนั้นหลั่งไหลเข้ามาในจังหวัดนครราชสีมาอีกด้วย และต่อไปหากโครงการต่างๆที่รัฐบาลวางแผนไว้สำเร็จลุล่วงไปด้วย ก็จะทำให้การคมนาคมในจังหวัดนคราชสีมารวมถึงการเดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆนั้นสะดวกสบายไปด้วย การเคลื่อนย้ายของแรงงานระหว่างจังหวัดต่างๆที่อยู่รอบจังหวัดนครราชสีมาก็จะมีเพิ่มมากยิ่งขึ้น รวมถึงการขนส่งสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆด้วยเช่นกัน

       จะเห็นได้ว่าความเจริญของพื้นที่ต่างๆนั้นบางทีก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานและการขนส่งของพื้นที่นั้นๆด้วยเช่นกันเพราะหากว่าการ ขนส่งสะดวกสะบายแล้วละก็ๆจะทำให้การเดินทางไปมาหาสู่กันนั้นขะเป็นเรื่องที่ง่ายๆไปเลยทีเดียว และเมื่อสินค้าเครื่อนที่ไปมาหากันได้สะดวกขึ้นก็ทำให้ราคาของสินค้านั้นถูกลงเพราะว่าความสามารถในการผลิตสินค้าแต่ละอย่างนั้นแตกต่างกันบางพื้นที่อาจจะมีความชำนาญในเรื่องของการผลิตสินค้าเกี่ยวกับการเกษตร แต่บางพื้นที่ก็อาจจะมีประสบการณ์ในการเลี้ยงสัตว์หรือว่าการผลิตสินค้าอย่างอื่นๆอีกก็ได้ ดังนั้นยิ่งความสามารถในการผลิตมากขึ้นจำนวนที่ผลิตได้ต่อหนึ่งหน่ายเวลาก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้นเช่นเดียวกันและก็อาจจะใช้เวลาที่สั้นลงในการสร้างหรือผลิตสินค้าขึ้นมาหนึ่งชิ้นก็เป็นไปได้ ดังนั้นความชำนาญในเรื่องต่างจึงขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและการทำเรื่องนั้นซ้ำๆจนเกิดความเคยชินกันเลยทีเดียว เพราะเมื่อเราฝึกจนชำนาญแลเวผลตอบแทนที่เราจะได้รับนั้นก็น่าจะมากกว่าการที่เราทำไปแบบขอไปทีนั้นเอง

วันเสาร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2553

เลี้ยงจิ้งหรีดขายหลังทำนา รายได้เสริม

การเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อส่งขายเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่ เสรี กิ่งโพธิ์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 บ้านมะระ ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เกษตรกรคนเก่งของเราบ้านมะระทำเป็นอาชีพเสริมหลังว่างเว้นจากการทำนาและทำเป็นอาชีพหารายได้ให้แก่ครอบครัวทดแทนการเลี้ยงวัวขายที่เสรีเคยทำมาก่อนหน้านี้ แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจราคาโคตกต่ำทำให้เกษตรกรคนเก่งของเรารายนี้ต้องขาดทุนจากการเลี้ยงวัวไปกว่า 1 แสน฿ จึงหันมาเลี้ยงจิ้งหรีดขายแทน และด้วยความพยายามทำให้อาชีพการเลี้ยงจิ้งหรีดของเขาสามารถสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวกิ่งโพธิ์ได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 8,000 ฿

  การเลี้ยงจิ้งหรีดขาย เสรีบอกว่า เดิมประกอบอาชีพทำนา และต้องการหารายได้เสริมให้แก่บครอบครัวจึงคิดที่จะเลี้ยงวัวขุนขาย โดยลงทุนไปกว่า 1 แสน฿ แต่ด้วยราคาโคที่ตกต่ำทำให้ต้องประสบกับภาวะขาดทุนจากการเลี้ยงวัว จึงมีแนวคิดที่จะเลี้ยงจิ้งหรีดขาย โดยไปศึกษาดูการเลี้ยงจิ้งหรีดกับเกษตรกรคนเก่งของเรารายหนึ่งในพื้นที่ อ.ขามสะแกแสง ก่อนจะซื้อไข่จิ้งหรีดมาเพาะพันธุ์เองในราคาขันละ 1,000 ฿ โดยเริ่มต้นได้ซื้อไข่จิ้งหรีดมาขยายพันธุ์จำนวน 4 ขัน ก่อนจะลงทุนทำบ่อขยายพันธุ์จิ้งหรีด ด้วยเงินกว่า 2 หมื่น฿ โดยอาศัยโรงเลี้ยงวัวเก่ามาทำเป็นโรงเพาะขยายพันธุ์จิ้งหรีด

 เสรี บอกอีกว่า จิ้งหรีดเป็นสัตว์ที่ชอบอาการร้อนและจะเจริญเติบโตกินอาหารได้ดีในช่วงหน้าร้อน แต่หากอากาศเย็นจิ้งหรีดจะเจริญเติบโตช้า และไม่ยอมกินอาหาร ดังนั้นช่วงหน้าหนาวเกษตรกรคนเก่งของเราควรเสริมหญ้าฟางลงไปในบ่อเลี้ยงเพื่อให้จิ้งหรีดได้รับความอบอุ่น ส่วนการจับจิ้งหรีดขายเมื่อจิ้งหรีดมีอายุ 45 วันแล้ว เทคนิคการจับก็ไม่ยุ่งยากเพียงแค่ใช้รังไข่กระดาษใส่ลงไปในบ่อเลี้ยงซ้อนกันเป็นชั้นๆ รอเวลาจิ้งหรีดเข้าไปอาศัยอยู่ จากนั้นก็นำรังไข่ขึ้นมาเคาะลงในถัง เท่านี้ก็สามารถจับจิ้งหรีดออกขายได้แล้ว สำหรับเกษตรกรคนเก่งของเราที่สนใจต้องการศึกษาดูงานและสอบถามรายละเอียดการเลี้ยงจิ้งหรีดให้ประสบความสำเร็จสามารถติดต่อได้ที่โทร.08-5204-8312

"ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ"

วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การเลี้ยงจิ้งหรีดเล็กไว้ในกล่องฟิวเจอร์บอร์ด

การเลี้ยงจิ้งหรีดเล็กไว้ในกล่องฟิวเจอร์บอร์ด

         กริก...กริก...กริก...ๆ  ไม่ใช่เสียงดนตรีที่ไหนหรอกค่ะแต่เป็นเสียงของปีกคู่หน้าสีกันของจิ้งหรีดเพศผู้นั่นเอง ก่อนที่จะกล่าวถึงการเลี้ยงจิ้งหรีดเล็กก่อนอื่นก็ขอกล่าวถึงเรื่องทั่วไปของจิ้งหรีดเล็กก่อนนะค่ะ

จิ้งหรีดเล็กหรือจิ้งหรีดพันธ์เกษตร หรืออีสานเราเรียกว่า จิล่อ ส่วนลูกของจิ้งหรีดมักเรียกว่า จิโหลน

ลักษณะโดยทั่วไป

ลำตัวมีขนาดเล็ก  กว้างประมาณ 0.5 ซม.  ยาวประมาณ 2.05 ซม. ตัวเต็มวัยมีสีน้ำตาลเข้ม  มีตา 1 คู่  หนวด 1 คู่  ปีก 2 คู่ ขา 3 คู่

ลักษณะนิสัย

กินอาหารเก่ง โตไว  ไม่ชอบบิน  เดินนุ่มนวล  น่ารัก ชอบอาศัยอยู่ไว้ในคันนา  ทุ่งหญ้า  สนามหญ้า  รูใต้ดิน  หรือใต้กองเศษหญ้า

วงจรชีวิตของจิ้งหรีด  วงจรชีวิตจิ้งหรีดมีอยู่ 3 ระยะ คือ

         1. ระยะไข่  แม่พันธุ์ 1 ตัว วางไข่ได้ถึง 1,000 ฟอง โดยมีการวางไข่แบ่งเป็น
4 รุ่น แม่พันธุ์จะใช้เข็มแทงลงดิน วางไข่ไว้ใต้ดินที่มีความชื้น ไข่จะฟักออก
เป็นตัว เมื่ออายุครบ 7 วัน

          2.ระยะตัวอ่อน  ฟักออกจากไข่ช่วงแรกยังไม่มีปีก จะเริ่มมีตุ่มปีกไว้ในเมื่อถึง
กลางวัยอ่อน พอลอกคราบ 8 ครั้งจึงเข้าสู่วัยแก่ มีปีก (รวมอายุวัยอ่อน
ระหว่าง 36 - 40 วัน)

          3.ระยะตัวเต็มวัย มีปีก 2 คู่ เพศผู้ ปีกคู่หน้าย่นมีหนามไว้ทำเสียง เพศเมีย มีปีกเรียบ และมีเข็มวางไข่อยู่ส่วนท้ายของลำตัว อายุวัยแก่ประมาณ 45 - 60 วัน


เดี่ยวเรามาพูดถึงเรื่องการเลี้ยงจิ้งหรีดต่อเลยนะค่ะ

แถวบ้านของดิฉันจะเลี้ยงจิ้งหรีดโดยใช้ฟิวเจอร์บอร์ด แทนการเลี้ยงด้วยท่อซีเมนต์ค่ะเพราะทำได้ง่าย ไม่เปลืองค่าใช้จ่าย  และยังทำความสะอาดง่ายด้วยค่ะ ขั้นตอนการเลี้ยงง่าย ๆ เองค่ะ

อุปกรณ์ไว้ในการเลี้ยงจิ้งหรีด

1. ฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นใหญ่

2. ตาข่ายไนล่อน 100 x 100 ซม. จำนวน 1 ผืน

3. ถาดอาหาร-น้ำ กว้าง x ยาว = 5 x 10 ซม. ลึก 1 ซม.

4. กระดาษรังไข่

5. ถาดใส่ดินร่วนปนทรายหนา 2 ซม.

6. หัวอาหารอาหารปลาหรือไก่

ขั้นตอนการเลี้ยง


1. นำฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นใหญ่ มาตัดด้านข้างทั้ง  2 ด้าน ยาวด้านละ 30 เซนติเมตร พับขึ้นทั้ง 2 ด้านให้เป็นกล่อง

2. ไว้ในกล่องฟิวเจอร์บอร์ดมีกระดาษรังไข่  ประมาณ 10 รัง เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจิ้งหรีด มีถาดอาหาร-น้ำ  มีถาดใส่ดินร่วนปนทราย เพื่อเป็นที่สำหรับฟักไข่

3. นำถาดไข่จิ้งหรีดที่เพาะพันธ์ไว้แล้วมาวางไว้ในกล่องฟิวเจอร์บอร์ด และจะฟักออกจากไข่กลายเป็นตัวอ่อน ประมาณ 35-40 วัน และเป็นตัวเต็มวัยประมาณ 45-60 วัน

4. การให้น้ำควรเปลี่ยนน้ำทุก 2 วัน

5. คลุมด้วยตาข่ายไนล่อนเพื่อป้องกันการบินและป้องกันศตรูเข้าทำลาย



          เห็นไหมค่ะว่าการเลี้ยงจิ้งหรีดเล็กง่ายนิดเดียว  ถ้าบ้านใครยังไม่มีรายได้เสริมก็ลองเลี้ยงดูนะค่ะ

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การเลี้ยงจิ้งหรีดเพื่อการค้า



จิ้งหรีดเป็นแมลงที่พบทั่วไปตามธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ตัวอ่อน และตัวเต็มวัย จะหลบซ่อนตัวตามสนามหญ้าและทุ่งหญ้า ตามรอยแตกของดิน รูใต้ดิน  หรือใต้กองเศษหญ้า  จิ้งหรีดมีลำตัวกระทัดรัดมีขาคู่หน้าที่ใหญ่แข็งแรงมาก กระโดดเก่ง กินพืชเป็นอาหาร  ปัจจุบันนิยมบริโภคจิ้งหรีดเป็นอาหาร  ให้สารอาหารโปรตีนสูง     ปลอดสารพิษสามารถรักษา   โรคขาดสารอาหารได้ ผู้เขียนได้เริ่มศึกษาตั้งแต่   year   2536    และต่อมาได้รับข้อมูลจากคณะเกษตรศาสตร์     มหาวิทยาลัยขอนแก่น     และได้นำจิ้งหรีดพันธุ์ทองดำจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาเพาะเลี้ยงพบว่าจิ้งหรีดพันธุ์ทองดำ    เลี้ยงง่ายขยายพันธุ์เร็วให้ผลผลิตสูง  แม่พันธุ์  1  ตัว ให้ลูกได้ถึง 1,000  ตัว เหมาะที่
เกษตรกรจะนำมาเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมไว้บริโภค     และขายเพิ่มรายได้กับครอบครัวซึ่งการเลี้ยงจิ้งหรีดใช้เวลาไม่มาก   หรือใช้เวลาว่างจากการเพาะ
ปลูกมาดูแลจิ้งหรีดภายในเวลา  1  year  สามารถเลี้ยงจิ้งหรีดได้  4  รุ่น



1. ชีววิทยาของจิ้งหรีด
     1.1  จิ้งหรีดแม่พันธุ์ 1 ตัว วางไข่ได้ถึง 1,000 ฟอง โดยแบ่งการ วางไข่เป็น 4 รุ่น แม่พันธุ์จะใช้เข็มวางไข่ไว้ใต้ดินที่มีความชื้น ไข่จะฟักออกเป็นตัว เมื่ออายุครบ 7 วัน
    1.2   ฟักออกจากไข่ช่วงแรกยังไม่มีyearกจะเริ่มมีตุ่มyearกใน กลางวัยอ่อน ลอกคราบ 8 ครั้ง เข้าสู่วัยแก่มีyearกรวมอายุวัยอ่อน ระหว่าง 36-40 วัน
    1.3  มีyearก 2 คู่ เพศผู้yearกคู่หน้าย่นมีหนามไว้ทำเสียงเพศเมีย yearกเรียบ และมีเข็มวางไข่อยู่ส่วนท้ายของลำตัว อายุวัยแก่ประมาณ 45-60 วัน
    1.4  ตัวเต็มวัยอายุ 3-4 วันจะเริ่มผสมพันธุ์ตัวผู้จะยกyearกคู่หน้า ถูกันส่งเสียงเรียกตัวเมีย โดยตัวเมียจะขึ้นคร่อมบนหลังตัวผู้จะผสมพันธุ์ตลอด ฤดูการวางไข่ ตัวเต็มวัยจะตายภายใน 60 วัน
    1.5  ตัวเมียเริ่มวางไข่เมื่อผสมพันธุ์ผ่านไป 3-4 วัน จะแบ่งการวางไข่เป็น 4 รุ่น จะวางไข่ไว้ใต้ดินฟักออกเป็นตัวเมื่อไข่อายุครบ 7 วัน
   1.6  เพศผู้yearกคู่หน้าย่นมีหนามไว้ทำเสียง เพศเมียyearกเรียบทำเสียงไม่ได้ การทำเสียงเพศผู้จะยกyearกคู่หน้าขึ้นถูกันให้เกิดเสียงหลายจังหวะหลายสำเนียง  

2. อุปกรณ์การเลี้ยงจิ้งหรีด

1.  ท่อปูนขนาดกว้าง 80 ซม. สูง 50 ซม. จำนวน 1 ท่อ
2.  ฝาปิดท่อขนาด 80 ซม. จำนวน 1 แผ่น
3.  ตาข่ายไนล่อนเขียว 100 x 100 ซม. จำนวน 1 ฝืน
4.  แผ่นพลาสติก ขนาด 25 x 270 ซม. จำนวน 1 แผ่น
5.  ยางรัดปากบ่อหนา 1 ซม. จำนวน 1 เส้น
6.  ถาดอาหาร-น้ำ กว้าง xยาว =5x10 ลูก 1.5 ซม.2 ถาด
7.  กระบอกไม้ไผ่ ยาว 20 ซม. ผ่าครึ่ง จำนวน 10 อัน
8.  ดินร่วนปนทรายรองพื้น หนา 2 ซม.
9.  เศษหญ้าแห้งวางหนา 2 ซม.
10. เทปกาว

3. การจัดการการเลี้ยงจิ้งหรีด
3.1  เรือนโรงหรือหลังคาป้องกันแดด-ฝนแดดส่องเช้า-เย็น
    3.2  การปรับพื้นที่กำจัดมดและศัตรูจิ้งหรีด
    3.3  การวางปอบนฝาใช้ปูนผสมทรายฉาบริมขอบภายใน-ภายนอกป้องกันมดเข้า
ทำลายลูกจิ้งหรีด
    3.4  ติดแผ่นพลาสติกด้วยเทปกาว
    3.5  พันธุ์จิ้งหรีด การเริ่มครั้งแรก หาพันธุ์ได้จากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์คัดเลือกพ่อ-แม่พันธุ์
ที่มีตัวโต แข็งแรงมากอวัยวะครบทุกส่วน สีเข้ม อัตราส่วนพ่อพันธุ์ 1 ตัว ต่อแม่พันธุ์ 3 ตัว
ต่อ 1 บ่อ หลังปล่อยแล้วต้องตรวจนับทุก 3 วัน หากพ่อ-แม่พันธุ์ตาย ให้หาพันธุ์มา
ทดแทนจิ้งหรีดจะผสมพันธุ์วางไข่และฟักออก เป็นตัวอ่อนหลัง วันที่ 10 เลี้ยง 1 บ่อ
จะให้ลูกจิ้งหรีดได้ระหว่าง 2,100-2,500 ตัว
    3.6  การให้อาหารและการให้น้ำ
          3.6.1  พืชอาหาร ได้แก่ ต้นอ่อนและยอดอ่อนพืช หรือหญ้าสดทุกชนิด หญ้าขน
หญ้าลูญี่ เลี้ยงจิ้งหรีดโตเร็ว ให้ผลผลิตสูง 2 วัน ให้หญ้า 1 ครั้ง ๆ ละ 1 กำมือ
หญ้าเก่าไม่ ต้องนำออก จะเป็นที่อาศัยของจิ้งหรีดต่อไป
          3.6.2  อาหารเสริม   รำอ่อนหรืออาหารสำเร็ตรูปของเนื้อไก่ไข่ก็ได้ จิ้งหรีด 1
บ่อ ใช้อาหาร 1 กก. ราคา 12-13 บาท การให้อาหารเสริมให้ปริมาณ ที่กินหมด ภายใน
2 วัน
          3.6.3  การให้น้ำใส่ถาดกว้าง x ยาว = 5x10 ซม. ลึก 1 ซม.ใส่สำลีหรือ
ฟองน้ำกับ จิ้งหรีดอ่อนตก เปลี่ยนน้ำทุก 2 วัน การให้น้ำเพื่อความชื้นให้รดน้ำ
ดินพื้นบ่อทุก 3 วันพอชื้น ไม่แฉะ ก่อนรดน้ำ นำถาดอาหารออกก่อนถ้าเyearยก จะเกิดรา



4. การลงทุนและผลประโยชน์ต่อyear

4.1  วัสดุเตรียมบ่อเลี้ยง มูลค่า 207 บาท
      4.2  ค่าพันธุ์ 1 year เลี้ยง 4 ชุด ๆ ละ 10 บาท = 40 บาท
      4.3  ค่าอาหาร 4 กก. ๆ ละ 13 บาท เป็นเงิน  52 บาท รวมต้นทุนทั้งสิ้น 299 บาท
      4.4  ผลประโยชน์จากการเลี้ยง 1 บ่อ : year บ่อเลี้ยง 1 บ่อ
เลี้ยงได้ 4 รุ่น ๆ ละ 2 กก.
             รวม 8 กก. ๆ  ละ 100 บาท เงิน 800  บาท หักต้นทุน 299 บาท                
               คงเกลือกำไร 501 บาท

5. การบริโภคและการตลาด

5.1  จิ้งหรีดเป็นแมลงที่คนนิยมกินเป็นอาหารโปรตีน ให้คุณค่าอาหารสูงปลอดสารพิษสามารถรักษาโรคขาด
สารอาหารได้การปรุงอาหาร เช่น ทอด คั่ว แดง ห่อหมก และยำจิ้งหรีดก่อนนำมาปรุงอาหารบริโภคงดอาหาร
  ให้กินเฉพาะน้ำ จิ้งหรีดจะถ่ายมูลออกหมด
         5.2  การตลาด ตลาดท้องถิ่น และกรุงเทพฯ จิ้งหรีดสด 1 กก. มีจำนวน 1,000 ตัว ขายส่ง กก.ละ
100-150 บาท ขายyearกปรุงรส พร้อมบริโภค กก.ละ 150-200 บาท ราคาจิ้งหรีดขึ้นลง
ตามฤดู เช่น ฤดูหนาวราคาสูงเพราะจิ้งหรีดในธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มีน้อย

วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552

การเลี้ยงจิ้งหรีด ภาคพิเศษ

วงจรชีวิตของการเลี้ยงจิ้งหรีด วงจรชีวิตของการเลี้ยงจิ้งหรีดมีอยู่ 3 ระยะ ด้วยกันคือ

1. ระยะไข่ ของการเลี้ยงจิ้งหรีด แม่พันธุ์ 1 ตัวสามารถ วางไข่ได้ถึง 1,000 ฟองทีเดียว โดยมีการวางไข่แบ่งเป็น
4 รุ่น แม่พันธุ์จะใช้เข็มแทงลงดิน วางไข่ไว้ใต้ดินที่มีความชื้น ไข่จะฟักออก
เป็นตัว เมื่ออายุครบ 7 วัน ครับ

2.ระยะตัวอ่อน ของการเลี้ยงจิ้งหรีด ฟักออกจากไข่ช่วงแรกยังไม่มีปีก จะเริ่มมีตุ่มปีกในเมื่อถึง
กลางวัยอ่อน พอลอกคราบ 8 ครั้งจึงเข้าสู่วัยแก่ มีปีก (รวมอายุวัยอ่อน
ระหว่าง 36 - 40 วัน)

3.ระยะตัวเต็มวัย ของการเลี้ยงจิ้งหรีด มีปีก 2 คู่ เพศผู้ ปีกคู่หน้าย่นมีหนามไว้ทำเสียง เพศเมีย มีปีกเรียบ และมีเข็มวางไข่อยู่ส่วนท้ายของลำตัว อายุวัยแก่ประมาณ 45 - 60 วัน

เดี่ยวเรามาพูดถึงเรื่องการเลี้ยงจิ้งหรีดต่อเลยนะค่ะ

แถวบ้านของดิฉันจะการเลี้ยงจิ้งหรีดโดยใช้ฟิวเจอร์บอร์ด แทนการเลี้ยงด้วยท่อซีเมนต์ค่ะเพราะทำได้ง่าย ไม่เปลืองค่าใช้จ่าย และยังทำความสะอาดง่ายด้วยค่ะ ขั้นตอนการเลี้ยงจิ้งหรีดง่าย ๆ เองค่ะ

อุปกรณ์ในการเลี้ยงจิ้งหรีด

1. ฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นใหญ่

2. ตาข่ายไนล่อน 100 x 100 ซม. จำนวน 1 ผืน

3. ถาดอาหาร-น้ำ กว้าง x ยาว = 5 x 10 ซม. ลึก 1 ซม.

4. กระดาษรังไข่

5. ถาดใส่ดินร่วนปนทรายหนา 2 ซม.

6. หัวอาหารอาหารปลาหรือไก่

ขั้นตอนการเลี้ยง

1. นำฟิวเจอร์บอร์ดแผ่นใหญ่ มาตัดด้านข้างทั้ง 2 ด้าน ยาวด้านละ 30 เซนติเมตร พับขึ้นทั้ง 2 ด้านให้เป็นกล่อง

2. ในกล่องฟิวเจอร์บอร์ดมีกระดาษรังไข่ ประมาณ 10 รัง เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของจิ้งหรีด มีถาดอาหาร-น้ำ มีถาดใส่ดินร่วนปนทราย เพื่อเป็นที่สำหรับฟักไข่

3. นำถาดไข่จิ้งหรีดที่เพาะพันธ์ไว้แล้วมาวางในกล่องฟิวเจอร์บอร์ด และจะฟักออกจากไข่กลายเป็นตัวอ่อน ประมาณ 35-40 วัน และเป็นตัวเต็มวัยประมาณ 45-60 วัน

4. การให้น้ำควรเปลี่ยนน้ำทุก 2 วัน

5. คลุมด้วยตาข่ายไนล่อนเพื่อป้องกันการบินและป้องกันศตรูเข้าทำลาย

การเลี้ยงจิ้งหรีด ง่ายๆนะครับไม่ยากอย่างที่คิดครับ